หีบแห่งพันธสัญญา (The Ark of the Covenant)
ช่วงศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสต์กาล ชาวยิวได้พากันหนีออกจากอียิปต์ ตามการนำของโมเสส (Moses) ชาวอิสราเอล จนกระทั้งโดยได้มาตั้งค่ายพักแรมกันที่บริเวณเชิงเขาไซนาย (Sinai) เป็นเวลากว่าสองปี
เล่ากันว่า 1 ปีหลังจากที่ชาวอิสราเอลลี้ภัยออกจากอียิปต์ หีบแห่งพันธสัญญาก็ถูกสร้างขึ้นมาตามคำสั่งของพระเจ้ายาห์เวห์ (Yahweh) ที่รับสั่งกับโมเสส (Moses)
ตามความเชื่อของชาวอิสราเอล หีบแห่งพันธสัญญาเป็นภาชนะที่ใช้บรรจุพันธสัญญาที่พระเจ้าเป็นผู้ประทาน โดยบอกว่าภายในมี แผ่นศิลาจารึกสองแผ่น ซึ่งเขียนบัญญัติ 10 ประการเอาไว้ และยังมี ไม้เท้าของอาร์โรน (Aaron’s rod) ซึ่งเป็นพี่ชายของโมเสส และไหที่บรรจุแมนนา (Manna) ซึ่งเป็นอาหารที่พระเจ้าประทานให้กับชาวยิว
หีบแห่งพันธสัญญามีขนาด 3.75*2.25*2.25 ฟุด โดยหีบสร้างขึ้นด้วยไม้อะคาเซีย (Acacia) ประดับด้วยทองคำบริสุทธิ และแต่ละมุมก็มีห่วงทองคำสำหรับใช้หิ้ว ลวดลายที่ประดับบนหีบ เป็นลายที่พระเจ้าเป็นผู้ประทาน โมเสสจึงได้สั่งให้ เบซาเลล (Bezalel) กับ โอโฮเลียบ (Oholiab) เป็นผู้รับผิดชอบในการสร้าง
หลังหีบถูกสร้างเสร็น พระเจ้ายังได้สั่งให้โมเสสสร้างเต็นท์ (tabernacle) ซึ่งทอด้วยผ้าลินินสีฟ้า, ม่วง, และแดงเพื่อให้เป็นที่วางหีบ
ในพระคัมภีร์ The book of Exodus ยังได้บรรยายเอาไว้ว่านอกจากหีบแห่งพันธสัญญาแล้ว ยังมีสิ่งของที่ต้องนำติดไปพร้อมกันด้วย คือ เชียงเทียนเมโนร่าห์ (menorah) ที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์และสิ่งของประกอบในการทำพิธี
หลังจากสร้างเสร็จ ได้มีการอัญเชิญหีบแห่งพันธสัญญา โดยใช้ชาวอิสราเอลเผ่าเลวิต (Levites) เป็นผู้แบกหีบแห่งพันธสัญญา และเดินนำขบวนของชาวอิสราเอลที่เหลือ โดยชาวอิสราเอลจะทำหีบแห่งพันธสัญญาไปด้วยทุกหนทุกแห่ง ตลอดระยะเวลาที่ชาวอิสราเอลเร่รอนอยู่ในทะเลทรายกว่า 40 ปี
จนกระทั้งเมื่อชาวอิสราเอล ที่นำโดยโจชัว (Joshua) เดินทางมาถึงริมแม่น้ำจอร์แดน (Jordan river) ซึ่งเป็นดินแดนแห่งพันธสัญญา ขบวนของนักบวชที่แบกหีบแห่งพันธสัญญาเอาไว้ ได้เดินน้ำขบวน ปราฏิหารย์ก็เกิดขึ้นเพราะแม่น้ำแยกออกจากกันและชาวอิสราเอลก็เดินทางข้ามแม่น้ำได้อย่างปลอดภัย ซึ่งการเดินทางข้ามแม่น้ำจอร์แดนนี้ชาวอิสราเอลยังได้หยิบเอาก้อนหิน 12 ก้อนในแม่น้ำ จากจุดที่นักบวชได้ยืนแบกหีบแห่งพันธสัญญาเอาไว้มาด้วย
สงครามเจริโค่ (Jericho war) ตามพระคัมภีร์โยชัว (Book of Joshua) เมื่อชาวอิสราเอลต้องการที่จะยึดดินแดนเจริโค่จากชาวคานัน (Canaan) ชาวอิสราเอลก็ตั้งขบวนแล้วแบกหีบแห่งพันธะสัญญาไปกำแพงเมืองเจริโค่วันละหนึ่งรอบเป็นเวลาหกวัน และในวันที่เจ็ดนักบวชเจ็ดคนก็ทำการเป่าแตร และชาวอิสราเอลก็พากันโห่ร้อง แล้วกำแพงเมืองเจริโค่ก็ถล่มทลายลงมา พระเจ้ายังสั่งให้ชาวอิสราเอลฆ่าชาวคานันทั้งหมดรวมทั้งเด็กและผู้หญิง และยังสั่งให้สังหารวัว, แกะและลาทุกตัวด้วย
ต่อมาหีบฯ ถูกนำมาเก็บไว้ที่ไชโลห์ (Shiloh) และอยู่ในการดูลของนักบวชไพเนฮาส์ (Phinehas) ซึ่งเป็นหลานของอาร์โรน ไพเนฮาส์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับชาวอิสราเอลทุกครั้งที่จะออกไปทำสงคราม
หลายปีต่อมาเมทื่อชาวอิสราเอลจะออกไปทำสงครามกับชาวฟิลิสไตน์ (Philistines) พวกเขาได้ตัดสินใจที่จะนำเอาหีบฯ ออกไปในสนามรบด้วย แต่ว่าอิสราเอลเป็นฝ่ายที่แพ้ในสงครามนี้ พวกเขาเสียทหารไปกว่า 30,000 คน รวมถึงนักบวชไพเนฮาส์ก็ถูกสังหารด้วย และหีบฯ ตกไปอยู่ในครอบครองของชาวฟิลิสไตน์
ชาวฟิลิสไตน์ครอบครองหีบเอาไว้นานเจ็ดเดือน โดยที่ระหว่างนี้เกิดแต่ความโชคร้ายให้กับเผ่า ทั้งเกิดโรคระบาด จนตัดสินใจนำหีบฯ มาคืนให้กับชาวอิสราเอล โดยแบกหีบฯ มาวางเอาไว้กลางทุ่มที่เบต เชเมช (Beit Shemesh) ห่างจากเยรูซาเร็ม 30 กิโลเมตร ด้วความอยากรู้อยากเห็นมีชาวเบต เชเมชจำนวนหนึ่งออกมาจ้องมองหีบฯ พระเจ้าจึงได้ลงโทษพวกเขาจนตายไป 70 คน
ต่อมาหีบฯ ถูกนำไปยังบ้านเก็บไว้ที่บ้านของอบินาดาบ (Abinadab) ในเมืองคิเรียท-เจียริม (Kiriath-Jearim) และลูกชายของอบินาดาบชื่อ อเลียซาร์ (Eleazar) รับผิดชอบในการดูแลหีบฯ ซึ่งหีบฯ อยู่ที่นี่นานกว่า 20 ปี
ต่อมาในรัชสมัยของกษัตริย์เดวิด (King David) ได้มีการย้ายหีบฯ กลับไปยังเยรูซาเล็ม (บางทีเรียก นครเดวิด, เมืองไซออน แต่ถือว่าเป็นบริเวณเดียวกัน)
ในรัชสมัยของกษัตริย์โซโลมอน (King Solomon) ได้สร้างวิหารบนภูเขาโมริยาห์ (Moriah) ในเยรูซาเล็ม และอัญเชิญหีบฯ ไปเก็บเอาไว้
แต่ว่าหลังจากนี้หีบแห่งพันธสัญญาสูญหายไปจากวิหารโซโลมอนได้อย่างไรไม่มีการบันทึกเอาไว้ ได้แต่เพียงสันนิษฐานจากเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ เมื่ออิสราเอลทำสงครามกับต่างชาติ
ปี 586 BC กองทัพของเนบุคัดเนสซาร์ ที่ 2 (Nebuchadnezzar II) เข้ายึดเยรูซาเล็ม และได้เผาทำลายวิหารโซโลมอน มีการบันทึกทรัพย์สินที่สูญหายไปเอาไว้อย่างละเอียด แต่ว่าในบันทึกไม่ได้กล่าวถึงหีบฯ จึงคาดว่าหีบฯ อาจจะสูญหายไปก่อนหน้านี้แล้ว หรือว่านักบวชได้เคลื่อนย้ายหีบฯ ไปซ่อนก่อนที่กองทัพบาบิโลนจะบุกเข้ามา หรือว่าอาจจะถูกบาบิโลนยึดเอาไป หรืออาจจะถูกทำลายตอนที่รบกัน แต่ว่าก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่กล่าวถึงหีบฯ
ในหนังสือมัคคาบี 2 (Book of Maccabees 2) ซึ่งเป็นคัมภีร์ของชาวคริสต์ไม่ใช่ฮีบรู ได้เขียนถึงหีบแห่งพันธสัญญาเอาไว้ว่า เจเรมีย์ (Jeremiah) ได้รับคำสั่งจากพระเจ้าก่อนที่กองทัพบาบิโลนจะบุกเข้ามาให้นำเอาสิ่งของศักดิ์สิทธิไปซ่อน เจเรมีย์จึงได้นำเอาหีบฯ, เต็นท์, และแท่นบูชา ไปซ่อนเอาไว้ที่ภูเขาเนโบ (Mount Nebo)
ในปี ค.ศ.70 กองทัพโรมัน ภายใต้การนำของนายพลไตตัส (Titus) ได้ยกกองทัพบุกเยรูซาเล็ม เพื่อปราบกบฏชาวยิวที่พากันก่อกบฏต่อต้านการปกครองของโรมัน กองทหารโรมันได้บุกทำลายกรุงเยรูซาเล็มจนพังพินาศ และได้ปล้นเอาทรัพย์สมบัติภายในเมืองออกไปจนหมด รวมถึงได้บุกเข้าไปในวิหาร ที่สอง (the Second Temple) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัยทางศาสนาของชาวยิว เพื่อที่จะเอาสมบัติภายในออกมาจนหมด และได้ทำลายวิหารจนราบ แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่หายในก็คือหีบแห่งพันธสัญญา
ไม่กี่ปีต่อมานักประวัติศาสตร์ยิวที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ทหารโรมันบุกเยรูซาเล็ม ชื่อฟลาเวียส โจเซฟัส (Flavius Josephus) ได้เขียนหนังสือชื่อ The Jewish War ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ที่เมืองถูกทำลาย แต่ว่าเขาได้พูดถึงหีบแห่งพันธสัญญาที่ควรจะถูกเก็บเอาไว้ภายในวิหารที่สองว่า หีบแห่งพันธสัญญาไม่ได้อยู่ภายในวิหารแต่ว่าตอนนั้นหีบฯ สูญหายไปแล้ว