กบฏบาร์ โคคบา เป็นการลุกฮืกขึ้นก่อจราจลของชาวยิว ระหว่างปี ค.ศ.132-135 นำโดยไซม่อน บาร์ โคคบา (Simon bar Kokhba) อ้างว่าเพื่อต่อต้านการถูกกดขี่โดยจักรวรรดิโรมัน
ในปี 130 จักรพรรดิฮาเดรียน (Hadrian Emperor) มีแผนที่จะสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาชื่อว่า เอเลีย คาปิตอลิน่า (Aelia Capitolina) เพื่อถวายให้กับเทพพระเจ้าจูปิเตอร์ (Jupiter) โดยเมืองนี้ตั้งอยู่บนซากของเยรูซาเล็ม (Jerusalem) ซึ่งในเวลานั้นเป็นเมืองอาณานิคมของโรมัน แผนการนี้ทำให้ชาวยิวเกิดความไม่พอใจ เพราะมีความหวังว่าจะสร้างเยรูซาเล็มขึ้นมาใหม่ ชาวยิวในจังหวัดจูเดีย (Judea) ซึ่งเวลานั้นเป็นจังหวัดของโรมมัน ได้รวมตัวกันเพื่อวางแผนก่อความไม่สงบและต่อต้านโรมัน โดยพวกเขาได้เริ่มจากการสร้างเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินขึ้นมาในหมู่บ้าน และบาร์ โคคบาได้ถูกตั้งขึ้นเป็นนาซิ (Nasi) หรือเท่ากับประมุขของอิสราเอล
ในตอนแรกเมื่อรัฐบาลท้องถิ่นของจูเดียรู้ข่าวว่าจะมีการก่อความไม่สงบโดยชาวยิว ผู้ปกครองเมืองนามว่าคินตัส รูฟัส (Quintus Tineius Rufus) ได้พยายามปราบปรามกบฏชาวยิวด้วยกองกำลังท้องถิ่นแต่ว่าล้มเหลว
ปี 133 จักรพรรดิฮาเดรียนจึงได้ให้แม่ทัพเซ็กตัส ซีฟรัส (Sextus Julius Severus) พร้อมด้วยทหารจำนวนมาก เพื่อมาปราบกบฏยิว
ปี 135 เมืองบีตาร์ (Betar) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของยิวถูกทำลายลง และบาร์ โคคบาก็ถูกสังหาร ชาวยิวจำนวนมากที่ร่วมกันก่อกบฏก็ถูกสังหาร และบางส่วนก็ถูกขายไปเป็นทาส ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ชาวยิวกว่หลายแสนเสียชีวิต และอาณาจักรโรมันได้มีความเข้มงวดในการนับถือศาสนามากขึ้น และมีการเปลี่ยนชื่อจังหวัดจูเดีย ให้เป็น ซีเรีย ปาเลสติน่า (Syria Palaestina)