iCloud Private Relay

iCloud Private Relay
Photo by Dan Nelson / Unsplash

iCloud Private Relay

คนที่ใช้  iPhone และสมัคร iCloud+ อาจจะเห็นฟังก์ชั่น Private Relay ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ยังไม่ได้สนับสนุนในประเทศไทย (สามารถเปิดใช้ได้ แต่ว่าจะทำงานเฉพาะเมื่อเดินทางไปอยู่ในประเทศที่สนับสนุน) อย่าไรก็ตาม ก็รู้เอาไว้ว่ามันคืออะไร


Private Relay เป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยปกป้อง privacy (ความเป็นส่วนตัว) ของผู้ใช้งาน ระหว่างที่มีการใช้เบราเซอร์ Safari


Private Relay ทำงานอย่างไร ?

โดยปกติแล้วเมื่อมีการท่องอินเตอร์เน็ต ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน เช่น IP address, DNS จะสามารถถูกผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต หรือผู้ให้บริการโทรศัพท์ เหนหรือบันทึกเอาไว้ได้ ซึ่งข้อมูลตรงนี้สามารถนำไปใช้เพื่อระบุตัวตน หรือเก็บเป็นประวัติเอาไว้ได้

Private Relay จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้ข้อมูลตรงนี้ถูกปิดเอาไว้ และไม่มีผู้ที่สามารถจะรู้ข้อมูลการใช้อินเตอร์เน็ตตรงนี้ได้

เมื่อมีเปิดใช้งาน Private Relay และท่องอินเตอร์เน็ตผ่าน Safari คำสั่งหรือคำร้องขอของผู้ใช้งานจะถูกส่งผ่าน Secure Internet Relays (ระบบหน่วงอินเตอร์เน็ตที่มีความปลอดภัยสูง) สองอันที่เป็นอิสระจากกัน ข้อมูล IP ของผู้ใช้จะถูกมองเห็นโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต และ Relay ตัวแรกซึ่ง Apple เป็นผู้ให้บริการ ส่วนข้อมูล DNS นั้นจะถูกเข้ารหัส ทำให้ไม่มีผู้ให้บริการใดสามารถมองเห็นว่าคุณเปิดเว็บไซด์อะไร

ส่วน Relay ตัวที่สองนั้น ให้บริการโดยผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สาม (third party) ซึ่งจะเป็นผู้สร้าง IP address ชั่วคราวขึ้นมา โดยสามารถที่จะถอดรหส DNS ที่คุณร้องขอ เพื่อเปิดเว็บไซด์ที่คุณต้องการให้ เสมือนว่าคุณเปิดเว็บไซด์โดยผ่าน Relay ตัวที่สอง


การเปิดใช้ Private Relay บน iOS

  1. เปิด Setting > ชื่อของผู้ใช้งาน
  2. เลือก iCloud > Private Relay
  3. เลื่อนปุ่มไปที่ Turn On
  • มี 2 Option ให้เลือก คือ
  • Maintain general location จะซ่อน IP address ของคุณเอาไว้ แต่ว่ายังบอกประเทศ (localized) ที่คุณอยู่ให้กับเว็บไซด์ที่ผู้ใช้งานเปิดได้รู้ เพื่อที่เว็บไซด์นั้นจะได้แสดงเนื้อหาหรือภาษาให้เหมาะสมกับผู้ใช้
  • Use country and time zone จะแสดง IP address แบบกว้างๆ ของคุณ (ประเทศ และเขตเวลา)