วิลลี่ มุนเซนเบิร์ก (Wilhelm Münzenberg)
คอมมิวนิสต์เยอรมัน เป็นผู้นำคนแรกของยุวคอมมิวนิสต์สากล (the Young Communist International)
วิลลี่ เกิดวันที่ 14 สิงหาคม 1889 ในเออร์ฟูร์ต (Erfurt), แซ็กโซนี่, ปรัสเซีย (Saxony, Prussia) เขาเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน พ่อทำงานเป็นพนักงานในโรงแรมเล็กๆ วัยเด็กวิลลี่ต้องทำงานในโรงงานผลิตรองเท้า ซึ่งทำให้เขาไปเกี่ยวข้องกับสหภาพแรงงานและพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยเยอรมัน (the Social Democratic Party of Germany, SPD)
1907 วิลลี่ถูกจับเป็นช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากเขาได้ทดลองฝึกการจัดตั้งม๊อบแรงงานเป็นครั้งแรก
1910 เดินทางมาสวิสเซอร์แลนด์ และอาศัยอยู่ที่นี่นานหลายปีโดยใช้เวลาในการศึกษาผลงานของนักเขียอย่างโครป๊อตกิ้น (Peter Kropotkin) บากุนนิน (Mikhail Bakunin)
1914 ช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 1 พรรค SPD แตกออกเป็นสองพรรคคือ Majority SPD (MSPD) กับ Independent SPD (USPD) ซึ่งวิลลี่เลือกอยู่กับฝ่ายหลังที่มีแนวคิดที่รุนแรงกว่า
1915 ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นในกรุงเบิร์น (Bern) เขาได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการขององค์การสหภาพยุวสังคมนิยมนานาชาติ (International Union of Socialist Youth Organizations) และได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารของพรรสังคมนิยมประชาธิปไตยแห่งสวิสฯ (Social Democatic Party of Switzerland)
1918 วิลลี่ถูกทางการสวิสฯ เนรเทศเขาออกจากประเทศ ซึ่งเขาก็ได้เดินทางไปอยู่ในเยอรมันและได้เข้าร่วมกับกลุ่มสันนิบาตสปาร์ตาคัส (Spartacus League) และไม่นานก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมัน (Communist Party of Germany, KPD)
1919 วิลลี่มีบทบาทในการก่อให้เกิดเหตุการณ์ประท้วงสปาร์ต้า (the Spartacist uprising) ในเมืองสตุ๊ดการ์ด (Stuttgart) ช่วงวันที่ 5-12 มกราคม ซึ่งการประท้วงเป็นไปอย่างนองเลือดมีผู้สูญเสียชีวิตกว่าสองร้อยนาย แต่ผลจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายรัฐบาล ทำให้วิลลี่ถูกทางการจับ
1920 ถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้นำขององค์การยุวคอมมิวนิสต์สากล แต่ว่าเขาได้รับความไว้วางใจจากเลนิน (Vladimir Lenin) ในการทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ในการระดมเงินทุนผ่านองค์กรบรรเทาทุกข์ผู้ใช้แรงงานสากล (Workers International Relief, WIR) เพื่อส่งไปช่วยเหลือประชาชนในสหภาพโซเวียตที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตขาดแคลนอาหารจากปัญหาภัยแล้งทำให้ผลผลิตตกต่ำ (Russian famine 1921) บริเวณพื้นที่ในเขตโวลก้า (Volga region) ซึ่งถือว่าการทำงานของวิลลี่ประสบความสำเร็จมากและสร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นที่รู้จัก ซึ่งองค์กรไม่เพียงแต่ทำงานด้านการช่วยเหลือด้านมนุษย์ธรรมแต่ว่ายังเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อให้กับลัทธิคอมมิวนิสต์ทั่วโลกด้วย
1924 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมัน และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรณ์เยอรมัน (Reichstag)
ตั้งหนังสือพิมพ์ The Workers Pictorial Newspaper (Arbeiter-Illustrierte-Zeitung, AIZ) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ที่ได้รับความนิยมมากในเยอรมัน โดยพิมพ์ครั้งละเกือบห้าแสนฉบับ
1927 ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานขององค์กรสันนิษบาตต่อต้านจักรวรรดินิยม (League against Imperialism)
1928 วิลลี่โดยองค์กรบรรเทาทุกข์ WIR ได้ก่อตั้งบริษัทภาพยนต์ Mezhrabpomfilm (Межрабпомжильм) ขึ้นมา โดยมีสำนักงานใหญ่ในมอสโคว์ ซึ่งเป็นสตูดิโอภาพยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของสหภาพโซเวียต
1933 27 กุมภาพันธ์, เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารรัฐสภา (the Reichstage fire) ซึ่งฝ่ายสนับสนุนคอมมิวนิสต์ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางเพลิง ทำให้ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) และพรรคนาซีใช้เป็นเหตุผลในการรวบอำนาจ
ฝ่ายต่อต้านนาซี ได้ร่วมกันเขียนหนังสือ The Brown Book of the Reichstag Fire and Hitler Terror ซึ่งวิลลี่ก็เป็นหนึ่งในคนเขียนด้วย โดยหนังสือได้อ้างว่าฝ่ายนาซีต่างหากที่เป็นคนวางแผนวางเพลิงรัฐสภา เพื่อเป็นข้ออ้างในการปราบปรามคอมมิวนิสต์ โดย มารินัส ลุบบ์ (Marinus van der Lubbe) ผู้สนับสนุนคอมมิวนิสต์ที่ยอมรับว่าเป็นคนวางเพลิงอาคารรัฐสภาเพียงคนเดียว แท้จริงแล้วมคนกลุ่มเล็กๆ ที่เข้าไปวางเพลิงด้วยกัน รวมถึงจอร์จ เบล (Georg Bell) ที่เป็นคู่ขาของเขาด้วย จอร์จ เบล นั้นเป็นผู้ช่วยของเอิร์น โรห์ม (Ernst Röhm) นายทหาร หนึ่งในแกนนำพรรคนาซี
หนังสืออ้างว่าจอร์จ เบล ใช้ความรักและเรื่องเพศสัมพันธ์หลอกให้มารินัส ก่อเหตุขึ้น และเพราะความรักทำให้มารินัส ยอมรับผิดเพียงคนเดียว … ต่อมาเบล ถูกฆ่าตายในออสเตรีย โดยหนังสืออ้างว่าเป็นการถูกฆ่าเพื่อปิดปาก
เมื่อฮิตเลอร์ มีอำนาจในเยอรมันได้ประกาศแบนพรรคคอมมิวนิสต์ ทำให้วิลลี่สิ้นสุดสภาพของ ส.ส. หนังสือพิมพ์ AIZ ก็ยุติการพิมพ์ในเยอรมันไปด้วย ส่วนวิลลี่ได้เดินทางหนีไปยังสหรัฐฯ พร้อมกับบาเบ็ตต์ (Babette Gross) ภรรยาของเขา
ต่อมาเขาได้ย้ายมาปารีส และเริ่มสำนักพิมพ์ Editions du Carrefour และได้เริ่มพิมพ์ AIZ ออกมาใหม่โดยมีสำนักงานอยู่ที่กรุงปราก (Prague)
1936 ก่อตั้งสันนิษฐานฮอลลีวู๊ดต่อต้านนาซี (Hollywood Anti-Nazi League) ร่วมกับโดโรธี ปาร์เกอร์ (Dorothy Parker)
เดินทางมายังมอสโคว์เพื่อร่วมการประชุม แต่ว่าระหว่างที่เขาอยู่ในสภาพโซเวียตได้พบกับเหตุการณ์กวาดล้างผู้สนับสนุนทร็อตสกี้ (Trotskyists) ในเหตุการณ์ที่เรียกว่าการโชว์การไต่สวน (show trials) เพื่อกำจัดคนที่ต่อต้านสตาลิน (Joseph Stalin) เหตุการณ์นี้ทำให้วิลลี่หมดศรัทธาต่อสตาลิน
1938 เมื่อกลับมาปารีสเขาได้ทำหนังสือพิมพ์ Die Zukunft (the future) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่ต่อต้านนาซี
1939 วิลลี่ถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เยอมัน หลังจากนั้นวิลลี่ก็เคลื่อนไหวต่อต้านสตาลิน และต่อต้านนาซีด้วย โดยวิลลี่กล่าวหาว่าสตาลินเองที่เป็นกบฏต่อเหล่ากรรมาชีพ
1940 (Battle of France) เยอรมันบุกฝรั่งเศส
มิถุนายน, วิลลี่หลบหนีออกจากปารีส ลงไปทางใต้ของฝรั่งเศส แต่ว่าเขาถูกจับโดยทหารของรัฐบาลของดาแลยีร์ (Édouard Daladier) และถูกส่งไปยังค่ยกักกันแชมบารัน (Chambaran internment camp) แต่ว่าต่อมาวิลลี่หลบหนีออกมาจากค่ายกักกันได้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าได้รับความช่วยเหลือจากสายลับ NKVD ของโซเวียต
21 มิถุนายน, เป็นวันที่มีคนเห็นวิลลี่มีชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากนี้วิลลี่หายตัวไปอย่างปริศนา
17 ตุลาคม, มีคนหาของป่าเข้าไปพบกับศพที่เน่าเปื่อยของวิลลี่ในป่า ใต้ต้นโอ๊ก โดยตำรวจระบุสาเหตุการตายอย่างเป็นทางการว่าเป็นการฆ่าตัวตายโดยการผูกคอกับต้นไม้ แต่ก็เป็นคำอธิบายที่หลายคนไม่เชื่อ